เอ็นโกโล่ ก็องเต้
กองกลาง
7

วันเกิด 29 มีนาคม 1991 (31 ปี)
สถานที่เกิด ฝรั่งเศส
น้ำหนัก 70
ส่วนสูง 168
ทีมชาติ ฝรั่งเศส
เข้าร่วมทีม -


เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นการเสริมทัพครั้งใหญ่ก่อนสู้ศึกฤดูกาล 2016/17 โดยเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี

ก็องเต้ ย้ายมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญช่วยให้ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในซีซั่นก่อนหน้านั้น

2015/16
ก็องเต้ย้ายมาร่วมทีมเชลซีพร้อมกับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก และลงเล่นให้ทีมชาติไป 8 นัด เขาได้ลงเล่นในเกมแรกของฤดูกาล 2015/16 ที่ชนะเวสต์ แฮม

ก็องเต้ได้กลายเป็นกำลังสำคัญของอันโตนิโอ คอนเต้ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ทำประตูที่สี่และประตูสุดท้ายได้ในเกมที่ถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเดือนตุลาคม 2016

2016/17
การแข่งขันที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพในด้านพลังงานและความทุ่มเทของเขาคือเกมเสมอที่แอนฟิลด์ในเดือนมกราคม 2017 เขาสกัดบอลได้ 14 ครั้งจากทั้งหมด 16 ครั้ง คนที่ทำได้รองจากเขาในคืนนั้นทำได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น

เขาทำประตูใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเป็นประตูโทนในศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศเดือนมีนาคม ก่อนที่หนึ่งเดือนต่อจากนั้น เจ้าตัวจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA จากการโหวตโดยเพื่อนร่วมอาชีพ เขาได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าวในปี 2017 กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 18 ในประวัติศาสตร์ที่ได้รางวัลอันทรงเกียรติ 2 ชิ้นนี้ในฤดูกาลเดียวกัน

ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาลงตัวจริง 35 จาก 38 นัด ซึ่งช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เขาเป็นนักเตะคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 2 สมัยติดต่อกันกับ 2 สโมสรที่แตกต่าง

2017/18
เขาทำประตูชัยได้ในเกมที่พบกับอดีตต้นสังกัดในช่วงเริ่มต้นซีซั่น 2017/18 และความสำคัญของก็องเต้กับทีม ถูกเน้นให้เห็นเด่นชัดตอนที่เขาพลาดลงเล่นหนึ่งเดือนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากอาการบาดเจ็บที่ประสบตอนออกไปรับใช้ชาติ

หลังกลับมาลงสนามและเจอกับปัญหาอยู่บ้าง ก็องเต้ได้ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะในบ้านอย่างน่าประทับใจเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงานของ ก็องเต้ ในครึ่งหลังของฤดูกาลยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าเพื่อน ๆ ของเขาจะมีมาตรฐานที่ตกลงไป มิดฟิลด์รายนี้เป็นดาวเด่นในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับบาร์เซโลน่าทั้ง 2 นัด โดยเฉพาะในศึกที่คัมป์ นู จากนั้นมีบทบาทสำคัญช่วยพวกเราผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ

ก่อนเกมนัดชี้ชะตาที่เวมบลีย์ ผลงานของ ก็องเต้ ตลอดฤดูกาล 2017/18 ได้รับการจดจำจากแฟนบอลซึ่งโหวตให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เขาปิดฉากซีซั่นดังกล่าวด้วยแนวทางที่ดีที่สุด โดยโชว์ฟอร์มโดดเด่นในแดนกลาง ช่วยพวกเราเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นเหรียญแรกของเขาไปครอง

2018/19
ก็องเต้เริ่มต้นชีวิตภายใต้การคุมทีมของซาร์รี่ในบทบาทใหม่ ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุกมากขึ้น และทำประตูได้ในเกมเปิดฤดูกาลที่พบกับฮัดเดอร์สฟิลด์ด้วย

ก็องเต้ได้เป็นหนึ่งในทีม FIFA FIFPro World 11 ในเดือนกันยายน เป็นรางวัลจากผลงานในทั้งสโมสรและทีมชาติ และในเดือนพฤศจิกายน เขาเซ็นสัญญาใหม่กับเชลซีเป็นระยะเวลา 5 ปี

ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศสยิงประตูเปิดเกมที่พบกับแมนฯ ซิตี้ช่วงต้นเดือนธันวาคม และในเดือนเดียวกัน เขายิงประตูโทนได้ในเกมพบคริสตัล พาเลซด้วย

เขายิงประตูได้อีกครั้งในเดือนมกราคมที่เจอกับท็อตแน่ม ช่วยให้เราผ่านเข้ารอบชิงคาราบาว คัพได้สำเร็จ แต่แพ้จุดโทษแมนฯ ซิตี้ในรอบชิงชนะเลิศ

ก็องเต้ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ทีมครองตำแหน่งท็อปโฟร์ได้ แต่การบาดเจ็บจากเกมที่เจอวัตฟอร์ดทำให้เขาพลาดลงสนามหลายนัด โชคดีที่หายกลับมาทันรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีกที่บากูและช่วยให้เราคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะอาร์เซนอลได้สำเร็จ

2019/20
หลังจากต้องเล่น ๆ หยุด ๆ จากอาการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบกับเขาในช่วงก่อนเกมที่บากู ก็องเต้ กลับมาลงสนามภายใต้การนำของบอสคนใหม่นั่นคือแฟรงค์ แลมพาร์ด และยิงประตูสุดสวยใส่ลิเวอร์พูลที่เดอะ บริดจ์

เขายิงประตูเพิ่มในเกมบุกเยือนเซาท์แธมป์ตันและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สภาพความฟิตที่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งเห็นได้จากหลักฐานที่ก็องเต้ ลงเป็นตัวจริง 12 จาก 13 นัดถัดมา แต่โชคร้ายที่ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บอีกรอบในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ดช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ก็องเต้ ไม่ได้ลงเล่นอีกเลยจนกระทั่งฟุตบอลกลับมาแข่งขันหลังผ่านช่วงล็อคดาวน์ของโควิดในเดือนมิถุนายน เขาได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอพร้อมช่วยพวกเราผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ และจบอันดับที่ 4 ของพรีเมียร์ ลีก

2020/21
ก็องเต้ ลงตัวจริงในเกมลีก 17 นัดแรกของเรา ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นรากฐานให้แผงมิดฟิลด์ 3 คนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เขาได้รับอนุญาตให้เติมเกมไปข้างหน้าในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเจ้าตัวจัดแอสซิสต์ให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงในนัดที่พวกเราเอาชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 4-1

การรักษาผลงานที่แข็งแกร่งกลายเป็นปัญหาสำหรับสิงห์บลูส์ ซึ่งการทำงานในช่วงท้ายของ แลมพาร์ด ก็ไม่สามารถส่ง ก็องเต้ ลงเล่นจากโทษแบน ต่อด้วยอาการบาดเจ็บแฮมสตริง มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ไม่ได้ลงเล่นใน 2 เกมแรกที่ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาทำงาน และหลังจากปรากฎตัวในฐานะตัวสำรองสำหรับการแข่งขันเกมลีก 3 นัด หลังจากนั้น ก็องเต้ ยึดตำแหน่งตัวจริงในช่วงเวลาที่เหลือของซีซั่นเอาไว้ได้

กับการเปลี่ยนรูปทรงของทีมในยุค ทูเคิ่ล ทาง ก็องเต้ ได้กลับมารับหน้าที่มิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งเขาทำได้อย่างโดดเด่นใน 2 ฤดูกาลแรกกับเชลซี เขาเป็นคนวางบอลยาวให้ เมสัน เมาท์ หลุดไปยิงใส่ลิเวอร์พูล และ ก็องเต้ ก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยพวกเราคว้าชัยชนะเหนือเวสต์ แฮม และแมนฯ ซิตี้ ซึ่งช่วยปูทางให้ เดอะ บลูส์ กลับมาจบท็อปโฟร์ได้สำเร็จ

ไฮไลต์ส่วนตัวหลายนัดของ ก็องเต้ เกิดขึ้นในรอบน็อคเอาต์ของฟุตบอลถ้วย เขาสวมปลอกแขนกัปตันในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่บุกเยือนบาร์นสลี่ย์ และลงเล่นนัดที่ 200 ให้เชลซีในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเราบุกไปเอาชนะแอตเลติโก้ มาดริดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับการแข่งขันนัดที่ 2 เขาโชว์การสปรินท์ในนาทีที่ 94 จากแดนของพวกเรา เพื่อช่วยดึงตัวประกบและสร้างพื้นที่ให้กับ เอแมร์ซอน ได้ยิงประตูปิดกล่อง

เขาได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมเหย้าที่พบกับปอร์โต้รอบถัดมา ก่อนจะโชว์ฟอร์มแจ่มแจ๋วที่เวมบลีย์ในรอบตัดเชือกเอฟเอ คัพ ซึ่งพวกเราเอาชนะแมนฯ ซิตี้ และยังได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในทั้ง 2 นัดที่พบกับเรอัล มาดริด ด้วยการรับมือยอดมิดฟิลด์อย่าง โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช และ คาเซมิโร่ อยู่หมัด จนพาทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ

ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ปอร์โต้ ก็องเต้ ดวลลูกกลางอากาศชนะคู่แข่งได้มากกว่านักเตะเชลซีทุกคน และแย่งบอลคืนกลับมาได้มากที่สุด เขาคอยทำลายการจ่ายบอลของแมนฯ ซิตี้ พร้อมช่วยให้ทีมได้เริ่มต้นการเล่นเกมสวนกลับ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่วิเศษในเสื้อสีน้ำเงินของ เอ็นโกโล่ โดยตอนนี้เขาลงสนามน้อยกว่า เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เพียงคนเดียวในทีมเชลซี

2021/22
ไฮไลต์ของก็องเต้ในช่วงต้นซีซั่น คือการยิงประตูในเกมบุกชนะท็อตแน่ม 3-0 รวมทั้งการยิงใส่เลสเตอร์ ซิตี้ อดีตต้นสังกัดของเขา ขณะที่ในเดือนมกราคม เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม FIFA FIFPro Men's World 11 ในตำแหน่งกองกลางเคียงข้างกับจอร์จินโญ่ ซึ่งลงคะแนนโดยเหล่านักเตะเพื่อนร่วมอาชีพ

ก่อนย้ายมาอยู่กับเชลซี
เชลซีเป็นสโมสรที่ 4 ในอาชีพการค้าแข้งของก็องเต้ เขาเกิดที่ปารีส เล่นให้กับทีมซูว์แรนจนกระทั่งอายุ 19 ปี ก่อนจะย้ายไปบูโลญ

ผลงานของก็องเต้กับบูโลญในฤดูกาล 2012/13 ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรก็อง ซึ่งอยู่ในดิวิชั่นที่สูงกว่าหนึ่งระดับ ก็องเต้ช่วยให้ทีมจากนอร์มังดีเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีก เอิงในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร โดยลงเล่นครบทุกนัด

หลังจากฤดูกาลที่สองกับก็อง เขาก็ได้ย้ายไปอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ มิดฟิลด์รายนี้ถือเป็นการเซ็นสัญญาคนแรกหลังจากที่เคลาดิโอ รานิเอรี่เข้ารับตำแหน่งกุนซือของจิ้งจอกสีน้ำเงิน

สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือทั่วทั้งโลกได้รู้จักความสามารถของก็องเต้ในการแย่งบอลและครองบอล รวมถึงการช่วยดันเกมรุกให้กับทีม ทำให้หลายๆ คนประทับใจมาแล้วหลายครั้ง

เขาพลาดลงเล่นแค่นัดเดียวเท่านั้นในเกมลีกฤดูกาลที่เลสเตอร์คว้าแชมป์ ได้กลายเป็นนักเตะที่สกัดบอลและตัดบอลได้มากที่สุด คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ด้วย

ผลงานกับทีมชาติ
เขาได้รับเลือกให้ติดทีมชาติในเดือนมีนาคม 2016 สร้างความประทับใจในเกมนัดเปิดสนามรายการยูโร 2016 ที่เจอกับโรมาเนีย เขาช่วยจ่ายบอลให้ดมิทรี่ ปาเย็ตยิงประตูชัยได้ในช่วงท้ายเกมด้วย

เขาติดโทษแบนในรอบก่อนรองชนะเลิศที่ฝรั่งเศสเอาชนะไอซ์แลนด์ ก่อนจะได้เป็นตัวสำรองในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ในการแข่งขันรอบตัดเชือกกับเยอรมนีเขาได้ลุกจากม้านั่งมาลงเล่น ซึ่งแม้มีเสียงเรียกร้องให้ ก็องเต้ ได้ออกสตาร์ตในเกมนัดชิงดำกับโปรตุเกส แต่เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสดังกล่าว

หลังพ่ายแพ้รอบชิงชนะเลิศรายการดังกล่าวในบ้านของตัวเอง แฟนบอล 'ตราไก่' ตั้งความหวังว่าชาติของเขาจะทำผลงานได้ดีกว่าเดิมในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่ง ก็องเต้ ได้ถูกเรียกตัว และความฝันก็กลายเป็นจริงเมื่อทีมของ ดิดิเย่ร์ เดช็องป์ส คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะโครเอเชีย 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ก็องเต้ ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอตลอดทัวร์นาเม้นต์ และเป็นตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ คว้าเหรียญแชมป์เวิลด์ คัพ มาห้อยคอได้สำเร็จ

3 ปีถัดมาในการแข่งขันยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อน ก็องเต้ เป็นแกนสำคัญในแผนของ เดช็องป์ส อีกครั้ง และเขาได้ลงเล่นทุกนาทีให้กับฝรั่งเศส ที่ผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายให้กับสวิตเซอร์แลนด์ด้วยการดวลจุดโทษ


CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

© 2018-2022 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.