มาเตโอ โควาซิช
กองกลาง
8

วันเกิด 6 พฤษภาคม 1995 (27 ปี)
สถานที่เกิด ออสเตรีย
น้ำหนัก 80
ส่วนสูง 178
ทีมชาติ โครเอเชีย
เข้าร่วมทีม -


มาเตโอ โควาซิช เข้าร่วมทีมเชลซีเต็มตัวในเดือนกรกฎาคม 2019 หลังประสบความสำเร็จในฤดูกาลแรกที่ถูกยืมมา
นักเตะทีมชาติโครเอเชียย้ายมาร่วมทีมพร้อมกับประสบการณ์สูง หลังจากที่ลงเล่นมาแล้วทั้งในเซเรีย อา, ลาลีก้า, แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และทีมชาติ

โควาซิชเป็นกองกลางที่ไปกับบอลได้ดีและประสานงานกับเพื่อนได้อย่างรวดเร็ว เขาผสมผสานทักษะในการครองบอลเข้ากับการแทงทะลุช่อง เจ้าตัวสามารถเล่นในแผงมิดฟิลด์ได้ทุกตำแหน่ง และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาล 2019/20

2018/19
โควาซิชลงเดบิวต์ให้เชลซีโดยเป็นตัวสำรองในเกมชนะอาร์เซนอลช่วงต้นฤดูกาล สร้างความประทับใจจากความฉลาดในการใช้บอลและเทคนิคเฉพาะตัว ก่อนจะลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเยือนนิวคาสเซิ่ล เขากลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมอย่างรวดเร็วในตำแหน่งสามประสานแดนกลาง โดยลงเล่นทางด้านซ้าย

การเล่นประสานของโควาซิชกับเอเด็น อาซาร์เป็นที่จับตามองอย่างมาก เขาจ่ายบอลให้แข้งเบลเยี่ยมยิงเปิดเกมที่พบลิเวอร์พูลในเดือนกันยายน และยังจ่ายบอลให้อาซาร์ยิงประตูให้เชลซีครบ 100 ลูกในเกมพบวัตฟอร์ดวันบ็อกซิ่งเดย์ด้วย

แข้งวัย 25 ปีรายนี้มีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ออกสตาร์ต 10 เกมจากทั้งหมด 15 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศที่บากู เขาทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันที่อาเซอร์ไบจานและมีส่วนกับสามประตูช่วยให้เราชนะอาร์เซนอล 4-1

2019/20
โควาซิช ลงเล่นด้วยผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเชลซีในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นที่สองกับสโมสร เขายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด คอยประสานงานร่วมกับจอร์จินโญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักเติมเกมจากแดนกลางแสดงให้เห็นความสามารถด้านการทะลุทะลวงผ่านคู่แข่ง

หลังจากค้าแข้งกับสิงห์บลูส์ร่วม 3 ปี โควาซิชประเดิมตุงแรกให้กับทีมโดยเป็นลูกยิงตีเสมอบาเลนเซียจากการซัดคมกริบจากระยะ 20 หลา จากนั้นไม่นานประตูที่สองของเขาก็ตามมาในเกมลีกที่เราพ่ายต่อเอฟเวอร์ตัน

นอกจาก 2 ประตูแรกที่ยิงได้แล้ว เขายังแอสซิสต์ไปอีก 3 ลูก โดยหนึ่งในนั้นเป็นการผ่านบอลให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ยิงใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ดาวเตะรายนี้สร้างโอกาสให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นรองเพียงแค่วิลเลี่ยน และเมสัน เมาท์ ก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันต้องหยุดเพราะการล็อคดาวน์

รูปทรงและแบบแผนการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ของทีมเปลี่ยนแปลงไปตลอดฤดูกาล 2019/20 แต่โควาซิชเล่นได้อย่างรู้ใจไม่ว่าจะทำงานร่วมกับใครในแดนกลางก็ตาม

นักเตะหมายเลข 17 แสดงผลงานการเล่นที่โดดเด่นในการแข่งขันลอนดอน ดาร์บี้กับท็อตแน่มในพรีเมียร์ ลีก 2 นัดทั้งก่อนและหลังคริสต์มาส โดยทีมส่อแววเจอปัญหาเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บในการแข่งขันเอฟเอ คัพที่พวกเราเอาชนะลิเวอร์พูลช่วงเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาที่เกิดการล็อคดาวน์ทำให้โควาซิชพลาดลงสนามให้กับทีมเพียงแค่หนึ่งนัด และฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ากลับมาเป็นตัวจริงในแมตช์แรกที่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันในเดือนมิถุนายน ช่วยให้พวกเราประเดิมชัยชนะในแมตช์กับแอสตัน วิลล่าได้ทันที

อีกหนึ่งอาการบาดเจ็บที่เขาประสบทำให้ต้องนั่งพักในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่เมื่อกลับมาลงสนาม เขาสามารถรังสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดกับเชลซีออกมา โควาซิชลงเล่นเป็นตัวจริงใน 6 นัดสุดท้ายจากทุกรายการของพวกเรา และฟอร์มของเขาก็ได้ช่วยให้สิงห์บลูส์จบในตำแหน่งท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ ลีก เช่นเดียวกับทะลุเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ นอกจากนี้ยังได้รับการโหวตจากแฟน ๆ ให้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ประจำฤดูกาล 2019/20 อีกด้วย


2020/21
หลังจากพลาดเกมเปิดฤดูกาล โควาซิช ได้รับเลือกให้อยู่ในรายชื่อตัวจริงในการไปเยือนลิเวอร์พูล และอีกสามเกมที่ตามมา ทำให้เขาลงเล่นครบ 100 เกมให้กับสโมสร

เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายคนของสโมสร ที่โดนรบกวนจากโปรแกรมพักเบรกทีมชาติ 3 นัดในเดือนตุลาคม โดย แฟรงค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ชของทีม พยายามจัดการจำนวนการลงสนาม นั่นหมายความว่า โควาซิช ได้นั่งพักในการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก 3 นัดหลังจากนั้น แต่ได้ลงเล่นในแชมเปียนส์ลีกทั้ง 3 เกมระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว และกลับมาลงสนามในลีก ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

การกลับมาลงเล่นในเกมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถือเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของอิสรภาพที่เขาได้รับ ในการวิ่งเติมเกมจากตำแหน่งมิดฟิลด์ไปสู่พื้นที่สุดท้ายของสนาม เขาวิ่งไปรับบอลจาก ฮาคิม ซิเยค ทางฝั่งขวา ก่อนหักบอลกลับไปบริเวณจุดโทษได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ แทมมี่ อับราฮัม ยิงประตูตีเสมอ ซึ่งจุดประกายการกลับมาคว้าชัยชนะ 4-1 ของเรา และคว้าแอสซิสต์แรกของเขาในฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ด้วยฟอร์มของเราที่ตกลงในเดือนธันวาคม โควาซิช ยังคงต้องสลับลงสนามกับ จอร์จินโญ่ และ ก็องเต้ ต่อไป เนื่องจาก แลมพาร์ด พยายามหาชุดกองกลางที่เหมาะสมเพื่อหยุดยั้งฟอร์มที่ตกลงไปของทีม

เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2021 ฟอร์มของ โควาซิช อาการบาดเจ็บของ ก็องเต้ และการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมทำให้แข้งเบอร์ 17 ยึดตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้ หลังจากกลับมารับโอกาสได้อีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ แลมพาร์ด เขาได้รับเลือกจาก โธมัส ทูเคิ่ล สำหรับเกมแรกของกุนซือชาวเยอรมัน ซึ่งเจ้าตัวยึดเอาไว้ได้ไปอีกสักระยะ จากเกมแรกของปี โควาซิช มีชื่อเป็นตัวจริงทั้งหมด ยกเว้นสองนัดในลีกจนถึงปลายเดือนเมษายน รวมถึงการออกสตาร์ตในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 10 นัด นอกจากนี้ เขายังลงเล่นเป็นตัวจริงในแชมเปี้ยนส์ ลีกทั้ง 3 นัดในช่วงเวลานั้น รวมถึงเกมที่เอาชนะแอตเลติโก้ มาดริดทั้งสองนัด

ในช่วงที่เจ้าตัวทำผลงานถึงจุดพีค การลงเล่นฟุตบอลยุโรปกับเชลซีเกือบทำให้ฤดูกาล 2020/21 ของเขาต้องจบลงก่อนกำหนด โดยหลังจากช่วยพวกเราคว้าชัย 2-0 เหนือปอร์โต้ในเลกแรกของแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ โควาซิช ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อขณะอบอุ่นร่างกายสำหรับเกมที่สองในเซบีย่า เขากลับมาเป็นตัวสำรองในเกมเหย้านัดสุดท้ายกับเลสเตอร์ และถูกเรียกให้ลงสนามเร็วกว่าที่วางแผนไว้ เนื่องจาก ก็องเต้ ได้รับบาดเจ็บในครึ่งแรก แต่ มาเตโอ ก็ได้สลัดความกังวลเรื่องความฟิตเพื่อลงเล่นในชัยชนะ 2-1 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้พวกเราจบท็อปโฟร์ได้สำเร็จ

จากนั้นเขาได้ลงสนามชั่วโมงแรก ในเกมลีกนัดสุดท้ายกับแอสตัน วิลล่า ก่อนลุกจากม้านั่งสำรอง มาช่วยแผงมิดฟิลด์รักษาสกอร์นำ 1-0 ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่พวกเราเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก่อนย้ายมาเล่นให้เชลซี
โควาซิชมีผลงานที่น่าจับตามองตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากที่ย้ายไปร่วมอคาเดมี่ของดินาโม ซาเกร็บในตอนที่ยังเด็ก แต่ไม่นานเขาก็ได้ขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ ทำประตูเดบิวต์ได้ในวัย 16 ปี 198 วัน กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดของลีกโครเอเชีย

เขาได้ลิ้มรสฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในช่วง 2 ปีครึ่งที่อยู่กับดินาโม และเขาก็เป็นนักเตะอายุน้อยอันดับสองที่ทำประตูได้ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก หลังยิงประตูลียงได้ในวัยเพียง 17 ปี

โควาซิชย้ายจากดินาโมไปอินเตอร์ มิลานช่วงเดือนมกราคม ปี 2013 หลังจากที่คว้าแชมป์ลีกและบอลถ้วยกับทีมยักษ์ใหญ่ของโครเอเชีย ผลงานของเขาในช่วงวัยรุ่นและในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกนั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฮ็อตที่สุดของยุโรป

ฤดูกาลแรกของเขากับอินเตอร์ ทำผลงานได้น่าประทับใจมาก เขายึดตำแหน่งใน 11 ตัวจริง และได้รางวัลนักเตะรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย

หลังผ่านสองฤดูกาลที่ซาน ซีโร่ เรอัล มาดริดก็ได้ติดต่อเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 โดยตอนนั้นทีมงูใหญ่มีปัญหาด้านการเงินทำให้ไม่มีทางเลือกมากนักจนต้องขายสตาร์รายนี้ออกไป โควาซิชมุ่งหน้าไปเล่นที่เมืองหลวงของสเปนหลังลงเล่นที่อิตาลีเกือบ 100 นัดแม้จะมีอายุเพียง 21 ปี

จากการแย่งตำแหน่งในทีมเรอัล มาดริด โควาซิชมักจะได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในการค้าแข้งที่เบอร์นาเบว แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นแต่เขาก็ยังได้ลงเล่นมากกว่า 100 นัดตลอด 3 ปีกับยักษ์ใหญ่ประเทศสเปน รวมเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกด้วย ซึ่งเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ได้ทุกฤดูกาลตั้งแต่ที่เขาเข้าร่วมทีม นอกจากนั้นยังคว้าแชมป์ลา ลีก้า และสแปนิช คัพด้วย

ผลงานกับทีมชาติ
โควาซิช ลงเดบิวต์ให้โครเอเชียในปี 2013 โดยเขาได้ลงตัวจริงทุกนัดสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ดาวเตะรายนี้ลงเล่น 5 นัดในเส้นทางที่ทีมชาติโครเอเชียผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2018 นอกจากนี้ยังแอสซิสต์หนึ่งประตูในแมตช์ที่ไล่ถล่มอาร์เจนติน่า 3-0

โควาซิช เป็นตัวหลักของทีมในการแข่งขันรอบคัดเลือก ยูโร 2020 และเนชั่นส์ ลีก 2020/21 โดยเขายิง 2 ประตูใส่โปรตุเกสในนัดสุดท้ายของรายการหลัง ซึ่งทำให้ "ตราหมากรุก" รอดพ้นจากการตกชั้นด้วยผลต่างประตูได้เสีย เขายังคงเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติโครเอเชียในทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนออกมา ซึ่ง มาเตโอ เป็นตัวจริงทั้ง 4 นัด และแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูสำคัญที่ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือสก็อตแลนด์ ก่อนจะต้องตกรอบหลังปราชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษให้กับสเปนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย


CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

© 2018-2022 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.