HEADLINE NEWS ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน! ป็อกบาโชว์-แมนยูคืนฟอร์มบุกเชือดเชลซี ลิ่ว8ทีมเอฟเอ คัพ 0   เอฟเอคัพเดือด!แมนยูจัด "อเล็กซิส" ยิง,เชลซีมี "อาซาร์" ป่วนซัด 42   วิเคราะห์บอล เอฟเอ คัพ : เชลซี -vs- แมนฯยู 36   กูร์ตัวส์ ย้ำ อยากให้ อาซาร์ มาอยู่ด้วยที่ เรอัล มาดริด 22   วงในแฉเคฮิลล์เงาจางไร้ตัวตนในสายตาลุง 24  

เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า
กองหลัง
28

วันเกิด 28 สิงหาคม 1989 (29 ปี)
สถานที่เกิด สเปน
น้ำหนัก 76
ส่วนสูง 178


เซ็นสัญญาเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2012 หลังจากที่เล่นให้กับทีมชาติสเปนในโอลิมปิกส์หนึ่งสัปดาห์ เซซาร์ อัซปิบิเกสต้าก็ได้กลายเป็นแบ็คตัวจริงภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ความสามารถของเขาในการรับมือกับปีกข้างของฝ่ายตรงข้ามนั้นน่าประทับใจมากตลอดจนความสามารถในการครองบอล และเติมเกมรุก เขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม

การเริ่มต้นชีวิตในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้อัซปิลิเกวต้าเป็นที่รู้จักของเพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลในชื่อ “เดฟ” เขาได้ติดทีมชาติสเปนครั้งแรกในช่วงต้นปี 2013 และจบฤดูกาลแรกของเขากับเชลซีจบลงด้วยการลงแข่งรวม 48 นัด

ในฤดูกาลที่สองเขาคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมได้สำเร็จ และต่อมาก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี 2015

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1989 ที่ปัมโปลา นาบาร์เร่ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพในอะคาเดมี่ของสโมสรในบ้านเกิดของเขา นั่นคือโอซาซูน่า

เขาแจ้งเกิดจากทีมโอซาซูน่า อัซปิลิเกวต้า ได้ลงเล่นลา ลีกา นัดแรกในวันที่ 8 เม.ย. 2007 ในเกมกับเรอัล มาดริด ที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว

หลังจากฤดูกาลนั้น โอซาซูน่า มีปัญหาตัวบาดเจ็บมากทำให้นักเตะรายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่องและยึดตำแหน่งแบ็กขวามาครองได้โดยตลอดและทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยในฤดูกาล 2008/09 เขาพลาดการลงสนามแค่ 2 นัดเท่านั้น

ในเดือน มิ.ย. 2010 อัซปิลิเกวต้า ย้ายจากสเปน มาฝรั่งเศส โดยเซ็นสัญญา 4 ปีกับโอลิมปิก มาร์กเซย์ ซึ่งดาวรุ่งรายนี้ประสบปัญหาในช่วงแรกหลังจากที่บาดเจ็บเข่าทำให้ต้องพักยาวในฤดูกาลแรก

และหลังจากผ่านปีที่น่าผิดหวัง ฤดูกาล 2011/12 โดยที่มีทั้งฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโอลิมปิกที่รออยู่ เป็นหนึ่งในปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักเตะชาวสเปนรายนี้ เขาแจ้งเกิดได้อย่างสวยงาม ลงเล่นสม่ำเสมอและโดดเด่นให้กับมาร์กเซย ที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะตกรอบจากความพ่ายแพ้ในการพบกับบาเยิร์น มิวนิค

2012/13

อัซปิลิเกวต้าลงเดบิวต์ในนัดที่ชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 6-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในรายการเดอะ แคปิตอล วัน คัพ ลงเล่นเต็มเวลา 90 นาที

การเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีก อัซปิลิเกวต้าถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทนบรานิสลาฟ อิวาโนวิชในช่วงครึ่งหลัง เป็นนัดที่เชลซีชนะ นอริช ซิตี้ 4-1 ในขณะที่การเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกนั้นมาในนัดที่เสมอกับสวอนซี 1-1 ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดียม

เมื่อฤดูกาลดำเนินไป กองหลังหนุ่มรายนี้ก็ได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และสามารถยึดตำแหน่งแบ็คขวาได้ โดยอิวาโนวิชไปเล่นในตำแหน่งกองหลังมากกว่าในฤดูกาลนั้น

จากผลงานของอัซปิลิเกวต้า เบนิเตซตัดสินใจให้อัซปิลิเกวต้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่ได้ลงสนามบ่อย แม้จะมีการสับเปลี่ยนนักเตะอยู่หลายครั้งก็ตาม

อัซปิลิเกวต้าเล่นในบทบาทสำคัญให้เดอะบลูส์สามารถรั้งตำแหน่งที่สามของตารางไว้ได้ และลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก ตลอด 90 นาที ซึ่งเชลซีชนะเบนฟิก้าได้สำเร็จในอัมสเตอร์ดัม คว้าถ้ยรางวัลแรกของเขากับทีมได้ในฤดูกาลแรก

นักเตะชาวสเปนทำประตูแรกของเขาในชุดเชลซีได้จากการยิงจุดโทษในนัดกระชับมิตรที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สหรัฐอเมริกา

2013/14

ผู้จัดการทีมคนใหม่ โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกใช้อิวาโนวิชในตำแหน่งแบ็คขวา ทำให้อัซปิลิเกวต้าไม่ค่อยได้ลงแข่งมากนักในช่วงต้นฤดูกาล แต่ในนัดที่สองที่เขาลงแข่งในฤดูกาลนี้ อัซปิลิเกวต้าก็ได้ทำประตูในนัดที่พบกับอาร์เซนอลในรายการเดอะ แคปิตอล คัพ โดยเดอะบลูส์คว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 2-0 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

จากการที่แอชลีย์ โคล บาดเจ็บ ทำให้อัซปิลิเกวต้ามีโอกาสในการแสดงฝีมือมากขึ้นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่เขาไม่คุ้นเคยเท่าไรในนัดที่ไปเยือนชาลเก้ ช่วงเดือนตุลาคม และอัซปิลิเกวต้าแสดงศักยภาพที่ดีในตำแหน่งแบ็คซ้ายทำให้เขาได้ยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายไปแทบจะตลอดฤดูกาล แม้ว่าแอชลีย์ โคล จะดูเหมือนฟิตกลับมาอีกครั้งแล้วก็ตาม

การเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายของเขาดำเนินไปจนกระทั่งจบฤดูกาล และเมื่อตอนที่เขาต้องกลับมาเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ในนัดที่พบแอตเลติโก้ มาดริด และ ลิเวอร์พูล เขาก็ทำได้ดีเช่นกัน อัซปิลิเกวต้ามีส่วนช่วยให้ทีมป้องกันได้ดีโดยเสียประตูในลีกไปเพียงแค่ 27 ประตูจากการแข่งขัน 38 นัด

อัซปิลิเกวต้าได้รับรางวัลจากการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ โดยได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ที่โหวตโดยเพื่อนร่วมทีม และเขาเป็นหนึ่งใน 4 ผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซีด้วย เพื่อนร่วมทีม และ แฟนบอลต่างก็เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่นของเขาด้วยเช่นกัน

2014/15

อัซปิลิเกวต้าทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจากในฤดูกาลก่อน โดยทำผลงานได้ดีในตำแหน่งแบ็คซ้าย แม้ว่าฟิลิเป้ หลุยส์จะเข้ามาร่วมทีมใหม่ แต่เขาก็ยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ แม้จะโดนแบนไป 3 นัดจากการโดนใบแดงเกมที่พบกับคริสตัล พาเลซ แต่เขาก็กลับมาลงเล่นและช่วยดิเอโก้ คอสต้า ทำประตูชัยในเกมที่ชนะลิเวอร์พูล 2-1 ที่แอนฟิลด์ เขาช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทได้ในเกมแคปปิตอล วัน คัพ รอบชิงชนะเลิศที่พบกับสเปอร์ส และจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ลงแข่งรวม 29 นัด และเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกของเขา

2015/16

อัซปิลิเกวต้าทำประตูแรกของเขาในลีกให้เชลซีได้ และเป็นประตูที่สองเมื่อนับรวมทั้งหมด ในเกมที่ไปเยือนเวสต์ บรอม ในเดือนสิงหาคม 2015 ซึ่งเป็นเกมนัดแรกที่เชลซีคว้าชัยในฤดูกาลนี้ และเขายังคงเป็นแบ็คซ้ายมือหนึ่งของโชเซ่ มูรินโญ่ ขณะที่มีบางนัดต้องขยับไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ทำให้บาบา ราห์มานได้ลงสนามในตำแหน่งแบ็คซ้ายแทน

เขาทำประตูได้อีกครั้งในเกมที่พบกับเวสต์ บรอม เมื่อเดือนมกราคม แต่ครั้งนี้ทีมโดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม หลังจากนั้นเขาก็ได้ลงเล่นทางด้านขวามากขึ้น เมื่อบรานิสลาฟ อิวาโนวิชต้องขยับไปเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ และเมื่อจบฤดูกาล อัซปิลิเกวต้าก็ได้ลงเล่นมากกว่าใครๆ ในทีม

2016/17

อัซปิลิเกวต้าทำประตูสุดสวยได้ในเกมที่เชลซีพลิกจากที่ตามหลัง 2-0 มาชนะเลสเตอร์ได้ในลีก คัพ แต่ก็ยังคงรักษาฟอร์มด้านเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วงต้นเดือนตุลาคม อัซปิลิเกวต้าก็ได้ขยับมาเล่นในตำแหน่งแบ็คทรี ซึ่งเดือนนั้นเป็นเดือนที่โดดเด่นที่สุดสำหรับทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ เก็บคลีนชีทและชัยชนะมาได้ตลอดทั้งเดือน เกมที่พบกับซันเดอร์แลนด์เมื่อเดือนธันวาคม 2016 เขาลงเล่นให้เชลซีครบ 200 นัด และปิดท้ายปีด้วยการลงเล่นมากกว่านักเตะเชลซีคนอื่นๆ 4,442 นาที เดือนนั้นเขายังได้เซ็นสัญญาใหม่กับสโมสร ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับทีมไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2020

หลังจบฤดูกาล 2016/17 อัซปิลิเกวต้าได้ลงเล่นให้ทีมครบทุกนาทีในลีก ซึ่งเป็นคนที่ 4 ของสโมสรที่ทำสถิตินี้ได้ในฤดูกาลคว้าแชมป์ และยังเป็นผู้โยนยาวข้ามไปให้มิชี่ บัตชูอายี่ยิงประตูช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้ด้วย

ทีมชาติ

ในระดับทีมชาติ เขาลงเล่นให้สเปน ตั้งแต่ถูกเรียกตัวเข้าทีมชาติสเปนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในปี 2005 และในรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี คว้าแชมป์ยุโรปได้ในปี 2007 รวมถึงในรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ประสบความสำเร็จในรายการเดียวกันในปี 2011 หลังจากที่เล่นได้อย่างน่าประทับใจ อัซปิลิเกวต้าก็ได้โอกาสเล่นในทีมชุดใหญ่ของสเปนครั้งแรก ในนัดประชับมิตรที่พบกับ อุรุกวัยในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013 และเล่นตลอด 90 นาทีและช่วยให้ทีมคว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 3-1

เขายังได้ร่วมทัพสเปนในการแข่งขันคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ ที่บราซิลในปี 2013 ด้วย อัซปิลิเกวต้าถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงพักครึ่งของนัดชิงชนะเลิศที่พบกับทีมเจ้าภาพ และในฟุตบอลโลก 2014 เขาก็ได้ถูกเรียกตัวมาร่วมทัพสเปนพร้อมกับเฟร์นานโด ตอร์เรส ที่บราซิลด้วย

เขาได้ลงเล่นร่วมกับเฟร์นานโด ตอร์เรสในฟุตบอลโลกที่บราซิล ซึ่งลงเป็นตัวจริง 2 นัดแรกในตำแหน่งแบ็คขวา ต่อมาก็ได้ลงเล่นในยูโร 2016 ลงเล่นไป 1 นัดในเกมที่ชนะตุรกี

CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

 
LINK PARNERS
Liverpoolfc.in.th
Mancitythailand.com
Coreball.com
© 2018 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.