เซสก์ ฟาเบรกัส
กองกลาง
4

วันเกิด 4 พฤษภาคม 1987 (31 ปี)
สถานที่เกิด สเปน
น้ำหนัก 76
ส่วนสูง 179


เซสก์ ฟาเบรกัสเซ็นสัญญากับเชลซีในวันที่ 12 มิถุนายน ปี 2014 โดยย้ายมาจากบาร์เซโลน่า เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี และสวมเสื้อหมายเลข 4

ฟาเบรกัสเป็นมิดฟิลด์อเนกประสงค์ เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ มีประสบการณ์การเล่นในลีกใหญ่ของยุโรปมาแล้วสองลีก และยังได้เป็นนักเตะทีมชาติสเปนมาเป็นระยะเวลานาน

นอกจากจะเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกได้แล้ว เขายังสามารถเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับได้อีกด้วย และในระดับทีมชาติ เขาเคยเล่นในตำแหน่งด้านข้าง, สไตรค์เกอร์หรือไม่ก็ตำแหน่งตัวแทนหมายเลข 9 ในบางครั้ง

ช่วงเวลาของฟาเบรกัสในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำแอสซิสต์ได้สองครั้งในเกมนัดเดบิวต์ที่พบกับเบิร์นลีย์ เมื่อจบฤดูกาล เขาทำแอสซิสต์ได้ทั้งหมด 34 ครั้ง ตลอดจนทำประตูได้อีก 5 ประตู และจากผลงานในแดนกลาง เขาได้ช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้าถ้วยแคปปิตอล วัน คัพ และในฤดูกาลที่สอง เขาก็ยังคงเป็นคีย์แมนคนสำคัญของเชลซีอยู่

2014/15

ฤดูกาลเดบิวต์ของฟาเบรกัสกับเชลซีเริ่มต้นอย่างยอดเยี่ยมจากผลงานการเล่นที่โดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยเทคนิคของเขาช่วยจ่ายบอลให้กับอันเดร เชือร์เล่ ทำประตูได้อย่างสวยงามในเกมที่เราชนะเบิร์นลีย์ 3-1 และเขายังเปิดลูกเตะมุมให้บรานิสลาฟ อิวาโนวิชทำประตูที่สามในเกมเดียวกันนี้ด้วย ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครองตั้งแต่เกมแรก

หลังจากนั้นเขาก็ทำแอสซิสต์ได้ต่อเนื่องทั้งในเกมที่ชนะเลสเตอร์, เอฟเวอร์ตัน และสวอนซี ดิเอโก้ คอสต้า ผู้ที่ย้ายทีมมาพร้อมๆ กันก็ได้ผลพวงจากเพลย์เมคเกอร์ผู้ยอดเยี่ยมรายนี้ด้วย ก่อนที่ฟาเบรกัสจะทำประตูแรกของเขาให้เชลซีได้ในเกมที่พบกับชาลเก้ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ผลงานที่ดีในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของเขาดำเนินต่อไปเรื่อยจนถึงเดือนตุลาคมและพฤศจิการยน ในช่วงเวลานั้น ฟาเบรกัสก็ได้ฉลองประตูแรกของเขาในลีก ซึ่งเป็นเกมที่เราชนะคริสตัล พาเลซ

เขายังคงทำแอสซิสต์ได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี 2014 เขาก็ทำสถิติแอสซิสต์ได้ทั้งหมด 13 ครั้ง และเราครองตำแหน่งจ่าฝูงได้ต่อเนื่อง ก่อนถึงช่วงคริสต์มาส เขาทำประตูที่สองในลีกได้สำเร็จ ในเกมที่เราชนะสโต๊ค ซิตี้ 2-0 ฟาเบรกัสลงเล่นเต็มเวลา 90 นาทีในเกมที่เราชนะท็อตแน่มในศึกนัดชิงชนะเลิศแคปิตอล วัน คัพ ที่เวมบลีย์ และช่วยจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูที่สองได้สำเร็จและคว้าชัยมาด้วยสกอร์ 2-0 และเป็นเหรียญรางวัลแรกของเขาในฐานะนักเตะเชลซี

2015/16

แม้ว่าฤดูกาลที่สองของฟาเบรกัสกับเชลซีจะไม่ได้มีสถิติเท่ากับฤดูกาลแรก ซึงเขาลงเล่นไปทั้งหมด 49 นัด และทำแอสซิสต์ได้สูงสุดในทีม (14 ครั้ง)

ฟอร์มของเขาดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ที่กุส ฮิดดิ้งค์เข้ามาคุมทีม เช่นเดียวกับตอนที่มูรินโญ่เคยทำไว้เมื่อ 18 เดือนก่อน เขาใช้ฟาเบรกัสลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ฟาเบรกัสได้บอกกับทางทีวีว่านักเตะทุกคนต่างก็รู้สึกแย่ที่มูรินโญ่จากไป

ฟาเบรกัสกลายเป็นผู้สังหารจุดโทษของทีมเมื่อฤดูกาล 2015/16 เขาทำประตูสุดท้ายของฤดูกาลได้ในเกมที่พบกับเลสเตอร์ และยังยิงฟรีคิกสุดสวยร่วมกับลูกจุดโทษได้ในเกมที่พบกับเวสต์ แฮม

2016/17

ฟาเบรกัสลงเล่นให้เชลซีครบ 100 นัดในเกมที่พบลิเวอร์พูลในสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อเดือนกันยายน 2016 และกลายเป็นนักเตะสำรองที่ได้ลงสนามบ่อยคนหนึ่งของอันโตนิโอ คอนเต้ ฟาเบรกัสได้ลงเล่นในเกมลีก คัพที่พบกับเลสเตอร์ ยิงสองประตูช่วงต่อเวลาพิเศษช่วยให้เราเก็บชัยชนะและผ่านเข้ารอบได้ และในเกมพรีเมียร์ลีกที่พบซันเดอร์แลนด์ก่อนคริสต์มาส เขาก็ยิงเป็นประตูโทนของเกมด้วย

การทำแอสซิสต์เองก็กลายเป็นเรื่องปกติของเขาไปแล้ว รวมจังหวะที่เขาจ่ายให้ดิเอโก้ คอสต้ายิงช่วงต้นฤดูกาลที่พบกับวัตฟอร์ดด้วย อีกครั้งหนึ่งคือจังหวะจ่ายให้คอสต้ายิงในเกมพบแมนฯ ซิตี้ และสองครั้งในเกมวันสิ้นปีที่พบกับสโต๊ค

เดือนกุมภาพันธ์ 2017 ฟาเบรกัสมาทำสกอร์ได้เป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับทีมเก่าของเจ้าตัว นั่นคืออาร์เซอล จากจังหวะที่เพตเตอร์ เช็กจ่ายบอลพลาดมาเข้าทางให้เขางัดบอลย้อยเข้าประตูไป เชลซีชนะ 3-1 ในเกมนั้น

อันโตนิโอ คอนเต้เลือกให้ฟาเบรกัสนั่งสำรองอยู่พักใหญ่ๆ ในช่วงต้นฤดูกาล แต่เขาก็เริ่มส่งนักเตะชาวสเปนลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆ จนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2016/17 ได้สำเร็จ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เกมเหย้าที่พบกับมิดเดิ้ลสโบรห์ ฟาเบรกัสกลายเป็นคนแรกที่ทำแอสซิสต์ได้อย่างน้อย 10 ครั้งในช่วงเวลา 6 ฤดูกาลติดต่อกันที่เล่นในพรีเมียร์ลีก และยังมีส่วนช่วยให้มิชี่ บัตชูอายี่ยิงประตูส่งเชลซีคว้าแชมป์ในเกมพบเวสต์ บรอมอีกด้วย

2017/18

ฟาเบรกัสโดนใบแดงในเกมลีกนัดแรกของฤดูกาลที่เจอกับเบิร์นลีย์ แต่เขากลับมาได้อีกครั้งและทำประตูในเกมที่ชนะเอฟเวอร์ตัน กองกลางของเรารายนี้ลงเล่นได้ทั้งแบบคู๋หรือสามคนในแดนกลาง

เขาลงเล่นเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกครบ 100 นัดในเกมพบโรม่าเมื่อเดือนตุลาคม 2017 และลงเล่นให้เชลซีครบ 150 นัดในเกมชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

ฟาเบรกัสเกิดใกล้ๆ กับบาร์เซโลน่า ฟาเบรกัสเข้าร่วมในอะคาเดมี่ของบาร์ซ่าในวัย 10 ปี แต่หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีมรุ่นเยาว์ เขาก็ได้ออกจากสโมสรรุ่นเยาว์ไปเล่นให้อาร์เซนอลเมื่อปี 2003 ในวัย 16 ปี

ฤดูกาลแรกของเขาที่อังกฤษเป็นฤดูกาลแห่งการปรับตัว เขาเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงในฤดูกาลต่อมา และช่วงท้ายฤดูกาลเขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมที่อาร์เซนอลเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพจากการดวลจุดโทษ

จากการย้ายทีมไปยูเวนตุสของปาทริค วิเอร่า ทำให้ฟาเบรกัสได้มีโอกาสที่จะลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งมิดฟิลด์ และเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำผลงานโดดเด่นในเกมรอบชิงชนะเลิศ แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ปี 2006 ซึ่งอาร์เซนอลพ่ายให้กับบาร์เซโลน่าไป

ช่วงท้ายฤดูกาล 2006/07 เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA และรางวัลผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี ตลอดจนได้เป็นสมาชิกของทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าด้วย

ในวัย 20 ปี เขาได้รับเลือกให้รับรางวัลทั้งสองรางวัลของ PFA อีกครั้งในช่วงท้ายฤดูกาล คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ตลอดจนได้เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกด้วย

ในปี 2008 ฟาเบรกัสได้เป็นกัปตันทีมอาร์เซนอลและทำประตูได้หลายประตู ก่อนจะย้ายกลับไปยังบาร์เซโลน่าในช่วงฤดูร้อน ปี 2011

หลังจากที่ลงเดบิวต์ในเกมสเปนิช ซูเปอร์คัพ พบกับรีล มาดริด และเขาทำประตูให้กับทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าได้ในเกมซูเปอร์ คัพ ที่พบกับปอร์โต้ ก่อนจะทำประตูในเกมเดบิวต์ศึกลา ลีก้าที่ชนะบียารีล 5-0 หลังจากนั้นเขาก็ทำประตูได้ 6 ประตูจากการแข่งขัน 4 นัด รวมทั้งเกมที่ชนะรีล มาดริด 3-1 ด้วย ตลอดจนทำประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศฟีฟ่า คลับ เวิล คัพ ที่ชนะซานโตส 4-0

ฟาเบรกัสลงเล่นทั้งสองนัดในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2012 รอบรองชนะเลิศ ที่พบกับเชลซี ซึ่งเป็นเชลซีที่ผ่านเข้าไปแข่งในมิวนิคได้สำเร็จ เขาทำแฮตทริกแรกกับบาร์เซโลน่าได้ในฤดูกาลต่อมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของทีม หลังจากที่ทำประตูไปทั้งหมด 11 ประตู

ฤดูกาลที่สามและสุดท้ายของเขากับบาร์เซโลน่าดูจะใช้เวลานาน แต่สุดท้ายทีมของเขาก็คว้าถ้วยสเปนิช ซูเปอร์ คัพ มาได้เพียงรายการเดียว

ฟาเบรกัสลงเล่นทั้งสองนัดในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศที่บาร์เซโลน่าแพ้แอตเลติโก้ 2-1 และลงเล่นในโกป้า เดล เรย์ รอบชิงชนะเลิศอีก 60 นาที แพ้รีลมาดริด 2-1 เขายิงลงเล่นในนัดตัดสินแชมป์ลา ลีก้ากับแอตเลติโก้ด้วย ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวกับซาบีในช่วง 13 นาทีสุดท้าย และนั่นคือการลงแข่งครั้งสุดท้ายของเขากับสโมสร

ผลงานในทีมชาติ

ฟาเบรกัสลงเล่นให้ทีมชาติสเปนในรายการใหญ่ๆ มาหลายรายการ ตั้งแต่ฟุตบอลโลก ปี 2006 ในวัย 19 ปี คว้าถ้วยรางวัลมาได้ทั้งหมดรวม 3 ถ้วยรางวัล

ในรายการยูโร 2012 เขาทำประตูชัยได้จากการดวลจุดโทษกับโปรตุเกส ตลอดจนได้ลงเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศที่ชนะอิตาลี 4-0 อีกด้วย

ฟาเบรกัสย้ายมายังสแตมฟอร์ด บริดจ์ก่อนจะเริ่มการแข่งขันรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิล แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่น่าผิดหวังสำหรับสเปน

สเปนแพ้ให้กับเนเธอร์แลนด์ด้วยสกอร์ 5-1 ในเกมนัดแรก หลังจากที่สเปนทำประตูนำได้ก่อน โดยฟาเบรกัสถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงท้ายเกม และไม่ได้ลงสนานมในเกมที่แพ้ชิลี 2-0 เป็นการแข่งขันที่ทำให้ทีมของเขาต้องตกรอบในรายการนี้ไป และเกมนัดที่สาม เขาได้ลงเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่ถูกเปลี่ยนตัวลงในนาทีที่ 22 ก่อนจะจ่ายบอลให้ฮวน มาต้าทำประตูในเกมที่ชนะออสเตรเลีย 3-0

ในการแข่งขันยูโร 2016 รอบคัดเลือก ฟาเบรกัสได้ลงเล่นให้กับทีมชาติสเปน ครองตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มและในเกมสุดท้ายที่ไปเยือนยูเครนในสนามเคียฟ สเตเดี้ยม สนามที่พวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้ในปี 2012 โดยเกมนี้เป็นเกมที่ 100 ของเขาในทีมชาติ ซึ่งเขาเป็นนักเตะชาวสเปนคนที่ 10 ที่ทำสถิตินี้ได้

เขาลงเล่นให้ทีมชาติสเปนในยูโร 2016 ครบทั้ง 4 นัด และสร้างโอกาสทำประตูได้ในเกมที่แพ้โครเอเชียในรอบแบ่งกลุ่ม แต่พวกเขาก็ต้องมาจบการป้องกันแชมป์ในรอบ 16 ทีม โดยที่แพ้อิตาลี 2-0

CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

 
LINK PARNERS
Liverpoolfc.in.th
Mancitythailand.com
Coreball.com
© 2018 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.